เตรียมตัวอย่างไรก่อนจะ ดูดไขมันเอวคอด

สาว ๆ ที่กำลังมีปัญหาไขมันสะสมบริเวณหน้าท้องบน-ล่าง ไม่กล้าที่จะใส่เสื้อผ้าโชว์สัดส่วนเหมือนสมัยก่อน และ เมื่อรู้ว่าไซส์เสื้อผ้าขยับขึ้นเป็น M ก็เริ่มที่จะลดน้ำหนัก ออกกำลังกายเป็นประจำ แต่ไม่ค่อยคุมอาหาร น้ำหนักลดลงก็จริง แต่สัดส่วนที่ต้องการลด ไม่ได้ลดลงไปด้วย เลยเริ่มมองหาวิธีอื่น ซึ่งการดูดไขมันเอวคอดกำลังเป็นที่สนใจสำหรับสาว ๆ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เป็นทางลัดที่รวดเร็วและเห็นผลดี

ดูดไขมันเอวคอด

และเมื่อสาว ๆ มีความคาดหวังที่ต้องการกลับไปจุดเดิมที่เคยเป็น หรือการสวมใส่เสื้อผ้าไซส์ S ได้อย่างมั่นใจเหมือนเดิม จึงต้องทำการออกกำลังกายและควบคุมอาหาร แต่เมื่อปฏิบัติแล้วสัดส่วนก็ไม่ลดสักที การดูดไขมันจึงเป็นทางออกสำหรับสาว ๆ

ลูกค้าที่ตั้งใจมา ดูดไขมันเอว มีเหตุผลดังนี้

  • หากคุณเป็นคนที่ไม่มีเวลา การลดน้ำหนักด้วยการออกกำลังกายจึงไม่เหมาะ
  • ในการลดน้ำหนักนั้นบางคนน้ำหนักลง แต่เอวก็ยังไม่มา
  • การลดไขมันเฉพาะส่วนด้วยการออกกำลังกาย ไม่สามารถทำได้จริง อาจจะช่วยให้กระชับแต่จะไม่ทำให้เอวมีความโค้งเว้า
  • หากมีเวลาไม่มากในการสร้างเอวคอด เช่น ต้องการจะใส่ชุดว่ายน้ำหรือชุดเจ้าสาว การดูดไขมันถือเป็นทางเลือกที่ดี
  • โครงสร้างของร่างกายแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน อัตราการเผาผลาญก็จะแตกต่างกันไป
  • ในลูกค้าบางรายอายุ 40 – 50 แต่อยากมีเอว การออกกำลังกายถือเป็นเรื่องยาก

ร่างกายเราแบ่งไขมันออกเป็น 2 ส่วน ดังนี้

  • Visceral fat (ไขมันช่องท้อง) เป็นไขมันที่แทรกอยู่ตามอวัยวะและปกคลุมอวัยวะภายใน เป็นพื้นที่ส่วนแรกที่ไขมันจะมาสะสม แต่เวลาเผาผลาญออกจะถูกใช้เป็นส่วนสุดท้าย การลดไขมันส่วนนี้จะต้องออกกำลังกายและควบคุมอาหารเท่านั้นค่ะ
  • Subcutaneous fat (ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง) ไขมันที่เห็นตาม ท้อง เอว สะโพก และ ต้นขาส่วนบน คือไขมันส่วนนี้ เป็นส่วนที่ไขมันจะมาสะสมเป็นลำดับที่สองถัดจากไขมันช่องท้อง ซึ่งไขมันในส่วนนี้ คือส่วนที่คุณหมอสามารถทำการดูดไขมันออกได้

การดูดไขมันจะมี 4 วิธี ดังนี้

  • VASER การดูดไขมันที่ใช้เครื่องมือ Ultrasound ซึ่งเครื่องรุ่นแรกสุดที่มีการผลิตออกมา เริ่มจากการฉีดน้ำเกลือเข้าไปในตำแหน่งที่จะดูดไขมัน และสอดเครื่องมือเข้าไปแล้วทำการปล่อยคลื่น ultrasound ผ่านหัว vaser ขนาด 3 มิลลิเมตร และคลื่น Ultrasound จะช่วยย่อยสลายไขมันให้เหลวและละลายจนแพทย์สามารถทำการดูดออกมาได้
  • BodyTite วิธีนี้ใช้คลื่นความถี่วิทยุ (Radio frequency: RF) ในการทำให้ไขมันแตกตัวให้เป็นขนาดที่สุดที่ง่ายกับการดูด ไขมันจะมีเลือดปนน้อย และทำการกระชับผิวหนังได้ด้วย ทำให้ไม่ฟกช้ำมาก และผิวหนังไม่เป็นคลื่น แต่ไม่สามารถดูดไขมันได้ปริมาณมากแบบ Vaser
  • Water Jet เป็นการใช้พลังงานน้ำในการแยก fat cell ออกจากผิวหนัง ซึ่งคนไข้จะเจ็บน้อยที่สุด และไขมันที่ดูดออกมาเป็นไขมันที่สภาพสมบูรณ์ ยังมีชีวิต สามารถเอาไขมันไปฉีดในส่วนอื่น ๆของร่างกายได้ เหมาะกับผู้ที่ต้องการนำไขมันไปเติมเต็มส่วนอื่น ๆ วิธีนี้ คนไขัจะเจ็บน้อย ผิวไม่เป็นคลื่นหลังจากการดูดไขมัน และสามารถดูดไขมันอย่างซอกซอนไปในจุดที่ดูดยากได้
  • Power Assisted Liposuction การดูดไขมันที่ใช้ระบบสั่นช่วยในการดูดไขมันให้ไหลออกมาได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริเวณที่พังผืดมีความแข็งแรง เช่น กลางหลัง หรือบริเวณที่เคยดูดไขมันมาก่อนแล้วต้องทำซ้ำ สาเหตุที่เครื่องแบบ PAL ไม่ได้ใช้กันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากราคาเครื่องค่อนข้างสูง

การเตรียมตัวก่อนดูดไขมัน

  • ท่านจะต้องพบศัลยแพทย์เพื่อตรวจเช็กสุขภาพ ลักษณะผิวหนัง และไขมันสะสม เพื่อให้แพทย์ประเมินวิธีการรักษา
  • ท่านจะต้องแจ้งให้แพทย์ทราบถึงโรคประจำตัวและประวัติการแพ้ยา เช่น ความดันโลหิตสูง เบาหวาน หอบหืด
  • งดยาที่ทำให้เลือดหยุดช้าและอาหารเสริม เช่น ยาแก้ปวดคลายกล้ามเนื้อ แอสไพริน วิตามิน E วิตามิน C และน้ำมันปลา ก่อนทำการดูดไขมัน 2 สัปดาห์
  • อาบน้ำ สระผม ให้สะอาดก่อนมาพบแพทย์
  • ท่านจะต้องทำการงดอาหารอย่างน้อย 6 ช.ม. ก่อนทำการดูดไขมัน
  • ท่านควรหลีกเลี่ยงการดูดไขมันในช่วงที่มีประจำเดือน
  • ผู้ที่เป็นโรคหัวใจ ไม่ควรดูดไขมันปริมาณมาก ๆ เสียเลือดมาก ทำให้มีผลต่อระบบไหลเวียนโลหิตได้
  • หากท่านทำงานควรลางานประมาณ 3 วัน
  • ในกรณีที่ดูดไขมันออก (1-2 จุด) อาจทำได้โดยการฉีดยาชา ท่านสามารถกลับบ้านได้เลย แต่ถ้าต้องการดูดไขมันมาก ท่านอาจจะต้องพักฟื้นที่ ร.พ. 1 วัน
  • งดสูบบุหรี่ ประมาณ 1 – 2 อาทิตย์ ก่อนทำการดูดไขมัน

ขั้นตอนการดูดไขมันมี 3 ขั้นหลัก ๆ ดังนี้

  • แพทย์จะทำการเติม สารละลาย Tumescence หรือสารละลายน้ำเกลือเข้าไปในบริเวณที่ต้องการกำจัดไขมัน เพื่อช่วยให้เกิดอาการชา และทำให้หลอดเลือดบริเวณนั้นหดตัว ซึ่งช่วยให้เกิดการสูญเสียเลือดน้อยที่สุด และลดการเกิดรอยช้ำ
  • แพทย์จะใช้เครื่อง VASER ปล่อยพลังงานคลื่นเสียงอัลตราโซนิค เข้าไปยังบริเวณเนื้อเยื่อเพื่อสลายไขมัน
  • เมื่อไขมันถูกสลายเป็นของเหลวทั้งหมดจะถูกดูดออกอย่างนุ่มนวล โดยเนื้อเยื่อบริเวณรอบ ๆ เกิดความเสียหายน้อยที่สุด

บทสรุป

ดูดไขมันเอวคอด ผู้หญิงทุกคนต่างปรารถนาที่จะมีเอวเล็กเอวคอดกันทั้งนั้น ดังนั้นจึงต้องมองหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีเอวเล็กด้วยการออกกำลังกาย และอดอาหาร แต่เมื่อทำแล้วไม่ได้ผลหรือเห็นผลช้าจึงต้องหาวิธีที่เป็นทางลัดด้วยการดูดไขมันออก ซึ่งปัจจุบันนี้กำลังเป็นที่นิยม ท่านจะต้องเลือกสถานบริการที่มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานเพื่อหุ่นที่ดีและไม่สูญเงินเปล่า